
การฝึกสุนัขไม่ให้ดึงสายจูงต้องเริ่มจากการหยุดเดินทันทีเมื่อสุนัขเริ่มตึงสาย เพื่อสอนให้เขารู้ว่าการดึงจะทำให้การเดินหยุดชะงักและไม่ได้ไปยังจุดหมายที่ต้องการ การฝึกด้วยวิธีนี้จะช่วยปรับพฤติกรรมให้สุนัขหันมาสนใจเจ้าของและเดินเคียงข้างอย่างเป็นธรรมชาติ
สุนัขส่วนใหญ่มักดึงสายจูงเพราะตื่นเต้นกับสิ่งเร้าภายนอกหรือมีจังหวะก้าวเดินที่เร็วกว่ามนุษย์ การดึงสายจูงจึงเป็นการพยายามไปให้ถึงเป้าหมายที่เขาสนใจโดยเร็วที่สุด คุณควรสังเกตว่าสุนัขมักจะดึงเมื่อเข้าใกล้สวนสาธารณะหรือจุดที่มีกลิ่นแรง เพื่อนำมาปรับใช้ในการฝึกควบคุมสมาธิก่อนเริ่มเดินจริง
หลีกเลี่ยงการใช้ปลอกคอแบบรัดคอหรือโซ่กระตุก เพราะอาจทำให้น้องหมาบาดเจ็บที่หลอดลมและสร้างความกลัวแทนที่จะเป็นการเรียนรู้ แนะนำให้ใช้สายรัดอกแบบ Front-Clip (จุดคล้องสายอยู่ด้านหน้าอก) ซึ่งจะช่วยเบี่ยงเบนทิศทางตัวสุนัขให้หันมาหาคุณโดยอัตโนมัติเมื่อเขาพยายามดึงสายจูง
ทันทีที่สุนัขดึงสายจนตึง ให้คุณหยุดเดินทันทีและยืนนิ่งเหมือนต้นไม้โดยไม่กระตุกสายจูงกลับ รอจนกว่าสุนัขจะผ่อนสายจูงลงหรือหันมามองคุณ จากนั้นจึงให้รางวัลเป็นขนมหรือคำชมแล้วออกเดินต่ออีกครั้ง ทำซ้ำเช่นนี้ทุกครั้งที่สายตึงเพื่อให้เขาเรียนรู้ว่าการหย่อนสายคือวิธีเดียวที่จะได้เดินต่อ
หากสุนัขยังคงดึงสายอย่างต่อเนื่อง ให้ลองเปลี่ยนทิศทางการเดินไปในทางตรงกันข้ามทันที วิธีนี้จะบังคับให้สุนัขต้องคอยสังเกตคุณตลอดเวลาว่าคุณจะเดินไปทางไหน การทำแบบนี้จะลดความมั่นใจในการดึงสายลงและทำให้สุนัขหันมาจดจ่ออยู่กับการเดินข้างตัวคุณมากขึ้น
เตรียมขนมชิ้นเล็กๆ ที่น้องหมาชอบเป็นพิเศษติดตัวไว้เสมอ เพื่อให้รางวัลเมื่อเขาสามารถเดินข้างตัวคุณได้อย่างสงบ โดยให้รางวัลในจังหวะที่สายจูงหย่อนและสุนัขอยู่ตำแหน่งข้างๆ คุณ พยายามให้รางวัลอย่างสม่ำเสมอในช่วงแรกเพื่อสร้างจดจำที่ถูกต้องเกี่ยวกับตำแหน่งการเดิน
การฝึกควรทำในระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 10-15 นาทีต่อครั้ง เพื่อไม่ให้น้องหมาเบื่อหรือเสียสมาธิ ความสม่ำเสมอเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการปรับพฤติกรรม หากคุณยอมให้เขาดึงเพียงแค่บางครั้ง เขาจะสับสนและพฤติกรรมดึงสายจะแก้ไขได้ยากขึ้น
นั่นเป็นเพราะสุนัขมีความตื่นเต้นสูงและต้องการเข้าไปทักทายหรือสำรวจสิ่งเร้า ให้คุณเพิ่มระยะห่างจากสุนัขตัวอื่นจนกว่าน้องหมาจะสงบลงแล้วจึงค่อยฝึกเดินผ่าน
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับนิสัยและการฝึกฝนสม่ำเสมอ โดยปกติจะเริ่มเห็นผลชัดเจนภายใน 2-4 สัปดาห์หากฝึกฝนเป็นประจำทุกวันวันละเล็กน้อย
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป หากเป็นเรื่องสุขภาพควรปรึกษาสัตวแพทย์