
การตัดเล็บสุนัขด้วยตนเองให้ปลอดภัยและไม่ให้เลือดออก ต้องเริ่มจากการตัดเพียงปลายเล็บทีละนิดเพื่อเลี่ยงส่วนเนื้อเยื่อที่มีเส้นเลือด (Quick) และเตรียมอุปกรณ์ห้ามเลือดให้พร้อมเสมอหากเกิดอุบัติเหตุ การฝึกให้สุนัขคุ้นเคยกับอุปกรณ์ก่อนเริ่มตัดจริงจะช่วยลดความตื่นตระหนกและทำให้กระบวนการราบรื่นขึ้น
คุณควรเลือกกรรไกรตัดเล็บที่เหมาะกับขนาดตัวสุนัข เช่น แบบกรรไกร (Scissor-type) สำหรับสุนัขพันธุ์เล็ก หรือแบบกิโยติน (Guillotine) สำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่มีเล็บหนา นอกจากนี้ต้องเตรียมผงห้ามเลือด (Styptic powder) ไว้ใกล้ตัวเสมอเพื่อใช้กรณีตัดโดนเส้นเลือด และควรมีขนมรางวัลคุณภาพดีเพื่อใช้สร้างประสบการณ์เชิงบวกตลอดการตัด
ส่วนสำคัญที่สุดที่ต้องระวังคือ Quick ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อสีชมพูที่มีเส้นเลือดและเส้นประสาทอยู่ภายใน หากตัดโดนส่วนนี้สุนัขจะเจ็บและมีเลือดออกทันที ในสุนัขที่เล็บสีอ่อน คุณจะเห็นจุดสีชมพูชัดเจน แต่ในสุนัขที่เล็บสีดำให้ใช้วิธีเล็มทีละนิด (ประมาณ 1-2 มิลลิเมตร) จนกว่าจะเห็นจุดสีดำหรือเทาตรงกลางหน้าตัดเล็บ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าใกล้ถึงเส้นเลือดแล้ว
เริ่มจากการจับอุ้งเท้าสุนัขให้มั่นคงแต่ไม่แน่นจนเกินไป จากนั้นค่อยๆ เล็มปลายเล็บในมุม 45 องศาตามความโค้งของเล็บ หากสุนัขเริ่มขัดขืนให้หยุดพักและให้ขนมเพื่อปลอบใจ อย่าพยายามฝืนตัดให้เสร็จในครั้งเดียวหากสุนัขตื่นตระหนก เพราะอาจพลาดไปโดนเส้นเลือดได้ การทำวันละ 1-2 เล็บในตอนแรกจะช่วยให้สุนัขปรับตัวได้ดีขึ้น
หากพลาดตัดโดนเส้นเลือดจนเลือดออก อย่าตื่นตระหนก ให้รีบใช้ผงห้ามเลือดแตะลงไปที่ปลายเล็บทันทีแล้วกดค้างไว้ประมาณ 5-10 วินาที หากไม่มีผงห้ามเลือดสามารถใช้แป้งข้าวโพดหรือสบู่ก้อนกดที่ปลายเล็บชั่วคราวได้ แต่ต้องรีบสังเกตอาการ หากเลือดไม่หยุดไหลภายใน 15 นาที ควรติดต่อสัตวแพทย์ทันที
สร้างความคุ้นเคยด้วยการนำกรรไกรตัดเล็บมาวางใกล้ๆ และให้ขนมเมื่อสุนัขดมหรือสัมผัสกรรไกรโดยไม่กลัว ฝึกให้สุนัขชินกับการถูกจับอุ้งเท้าบ่อยๆ ในชีวิตประจำวันก่อนเริ่มตัดจริง หากสุนัขมีอาการก้าวร้าวหรือกลัวอย่างรุนแรง แนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์หรือช่างตัดขนมืออาชีพเพื่อลดความเครียดของสัตว์เลี้ยง
ควรตัดทีละนิดแล้วหมั่นสังเกตหน้าตัดเล็บ หากเห็นจุดสีเทาหรือสีดำเล็กๆ ปรากฏขึ้นที่กลางเล็บ นั่นคือสัญญาณว่าคุณเข้าใกล้เส้นเลือด (Quick) แล้วและควรหยุดตัดทันที
โดยทั่วไปควรตัดทุก 3-4 สัปดาห์ หรือเมื่อเริ่มได้ยินเสียงเล็บกระทบพื้นขณะที่สุนัขเดินบนพื้นเรียบ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเล็บยาวเกินไปแล้ว
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป หากเป็นเรื่องสุขภาพควรปรึกษาสัตวแพทย์