
การดูแลสัตว์เลี้ยงหน้าร้อนเพื่อป้องกันฮีทสโตรก ต้องเน้นการรักษาอุณหภูมิร่างกายให้คงที่ด้วยการจัดเตรียมน้ำสะอาดตลอดเวลา หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงแดดจัด และสังเกตอาการหอบเหนื่อยผิดปกติอย่างใกล้ชิด หากสัตว์เลี้ยงมีอุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียสถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที
น้ำคือหัวใจสำคัญในการระบายความร้อน ควรวางชามน้ำไว้หลายจุดทั่วบ้านและหมั่นเติมน้ำเย็นหรือน้ำแข็งก้อนเล็กๆ ลงไปเพื่อกระตุ้นให้สัตว์เลี้ยงอยากดื่มมากขึ้น โดยปกติสุนัขและแมวควรได้รับน้ำอย่างน้อย 50-70 มิลลิลิตรต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน หากสังเกตเห็นน้องหมาดื่มน้ำน้อยลงในวันที่มีอากาศร้อนจัด ควรใช้กระบอกฉีดน้ำหรือน้ำพุแมวช่วยเพิ่มความน่าสนใจในการดื่ม
จัดพื้นที่ให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในจุดที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกหรือห้องแอร์ โดยเฉพาะในช่วงเวลา 11.00 - 16.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่อุณหภูมิพุ่งสูงที่สุด การใช้แผ่นเจลเย็นหรือผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดตามอุ้งเท้าและใต้ท้องจะช่วยลดอุณหภูมิร่างกายได้เร็วขึ้น หลีกเลี่ยงการขังน้องหมาไว้ในรถหรือพื้นที่ปิดที่ไม่มีอากาศถ่ายเทแม้เพียงไม่กี่นาที เพราะอุณหภูมิในรถสามารถพุ่งสูงขึ้นได้มากกว่า 10 องศาเซลเซียสภายในเวลาไม่ถึง 15 นาที
การตัดขนสั้นเกินไปจนติดผิวหนังอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี เพราะขนทำหน้าที่เป็นฉนวนป้องกันผิวหนังจากรังสี UV และช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายให้สมดุล ควรใช้วิธีแปรงขนบ่อยๆ เพื่อกำจัดขนชั้นในที่ตายแล้วออก ซึ่งจะช่วยให้ระบายอากาศได้ดีขึ้น หากจำเป็นต้องตัดแต่งขนควรปรึกษาช่างตัดขนมืออาชีพให้เล็มเฉพาะส่วนที่รกรุงรัง โดยยังคงเหลือชั้นขนบางส่วนไว้ป้องกันผิวไหม้จากแดด
งดการพาสุนัขไปเดินเล่นหรือออกกำลังกายหนักๆ ในช่วงกลางวัน โดยให้เปลี่ยนไปทำกิจกรรมในช่วงเช้ามืดหรือหลังพระอาทิตย์ตกดินแทน ตรวจสอบอุณหภูมิพื้นถนนด้วยการใช้หลังมือแตะค้างไว้ 5 วินาที หากรู้สึกร้อนจนทนไม่ได้แสดงว่าพื้นร้อนเกินกว่าที่อุ้งเท้าสัตว์เลี้ยงจะรับไหว ซึ่งอาจทำให้เกิดแผลพุพองได้
เจ้าของต้องสังเกตอาการผิดปกติ เช่น หอบหายใจรุนแรง ลิ้นและเหงือกเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มหรือม่วง น้ำลายไหลยืดเหนียวผิดปกติ หรือเดินเซเสียการทรงตัว หากสัตว์เลี้ยงแสดงอาการเหล่านี้ ให้รีบย้ายเข้าที่ร่มทันทีและใช้ผ้าชุบน้ำอุณหภูมิห้องเช็ดตัวเพื่อลดความร้อน ห้ามใช้น้ำแข็งประคบโดยตรงเพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและระบายความร้อนไม่ออก จากนั้นให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด
การใช้น้ำแข็งประคบจะทำให้หลอดเลือดที่ผิวหนังหดตัวทันที ซึ่งขัดขวางการระบายความร้อนจากภายในร่างกายออกมาสู่ภายนอก ส่งผลให้อุณหภูมิแกนกลางร่างกายยิ่งสูงขึ้นและเป็นอันตรายต่ออวัยวะภายใน
สุนัขและแมวที่มีหน้าสั้น (Brachycephalic) เช่น ปั๊ก บูลด็อก หรือแมวเปอร์เซีย มีความเสี่ยงสูงที่สุดเนื่องจากโครงสร้างทางเดินหายใจทำให้ระบายความร้อนได้ยากกว่าสายพันธุ์อื่น
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป หากเป็นเรื่องสุขภาพควรปรึกษาสัตวแพทย์